แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 5 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 5 แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ไร่บุญรอด



          ไร่บุญรอด เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวเมื่อปี พ.ศ. 2554 ก่อนจะมาเปลี่ยนชื่อเป็นสิงห์ ปาร์ค เชียงราย (Singha Park Chiangrai) ตั้งอยู่ริมถนนสายเด่นห้า-ดงมะดะ ห่างจากเขตชุมชนเมืองเชียงราย ประมาณ 9 กิโลเมตร ตั้งอยู่เลขที่ 99 หมู่ที่ 1 บ้านแม่กรณ์ ตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย สูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 450 เมตร ในฤดูหนาวอากาศค่อนข้างเย็นสบาย อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 19.1 องศาเซลเซียส สภาพของพื้นที่โดยทั่ว ๆ ไป เป็นที่ลาดเนินเขา มีภูเขาเล็ก ๆ พื้นที่มีความลาดเทปานกลาง 








          ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวาง ทำให้วิธีชมไร่บุญรอดจึงมีด้วยกัน 2 วิธี คือ นั่งรถสบาย ๆ ชมทัศนียภาพแจ่ม ๆ โดยมีไกด์ของทางไร่คอยบอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ฟังเพลิน ๆ หรือถ้าอยากออกกำลังขาก็ต้องปั่นจักรยานชมวิวชิล ๆ ซึ่งที่นี่ก็มีไว้บริการหลายคัน



          สำหรับภายในไร่บุญรอดเพาะปลูกพื้นหลากหลายชนิด แต่ที่ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยก็คือ ไร่ชาอู่หลงสายพันธุ์จินซวน (Jin Xuan) หรือ ชาอู่หลงเบอร์ 12 เป็นชาสายพันธุ์ไต้หวัน ที่ปลูกบนพื้นที่กว่า 600 ไร่ กล้างไกลลดหลั่นกันลงมาอย่างสวยงาม ทั้งนี้ ชาอู่หลงเบอร์ 12 นิยมปลูกด้วยความสูงของพื้นที่ 450 เมตรจากระดับน้ำทะเล เพราะทำให้ได้กลิ่นหอม รสเลิศ








          พุทราพันธุ์ซื่อหมี่ กว่า 100 ไร่ ที่ถือว่าเป็นพระเอกของไร่ เพราะมีขนาดใหญ่มาก โดยช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน พุทราพันธุ์ซื่อหมี่ออกผลให้ได้ชิมกัน, มะเฟืองยักษ์หวาน ซึ่งในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม มะเฟืองยักษ์นับร้อยกว่าต้นจะพร้อมใจกันออกผลสีเหลือง รสหวานน่าลิ้มลอง และสตรอว์เบอร์รี อีกหนึ่งสุดยอดที่มาพร้อมลมหนาว ซึ่งที่ไร่บุญรอดจะปลูกสตรอว์เบอร์รีในพื้นที่ 4 ไร่ สายพันธุ์พระราชทาน 80 เป็นเกษตรกรรมผสมผสาน หมดฤดูกาลจะปลูกแคนตาลูปและมะเขือเทศพันธุ์เลื้อย โดยสตรอว์เบอร์รีจะให้ผลผลิตมกราคม-กุมภาพันธ์ 




          นอกจากนี้ ยังมียางพารากว่า 2,700 ไร่, มัลเบอร์รี, ราสเบอร์รี, เมลอน และพืชผักผลไม้เมืองหนาวอีกหลากหลายชนิด และอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนไร่บุญรอด นั่นก็คือ การไปดื่มด่ำและชื่นชมดอกไม้สวย ๆ งาม ๆ ที่จะเบ่งบานสดใสช่วงต้นเดือนธันวาคม ไม่ว่าจะเป็นทุ่งปอเทืองสีเหลืองอร่าม แววมยุรา ข้าวญี่ปุ่น ซัลเวียตั้งชูช่อสีแดง พิงค์มอส ดอกคอสมอส และดอกไม้นานาชนิดจะปกคลุมเนินเขาเหมือนผืนพรม พร้อมกับปิดท้ายด้วยจากชมพระอาทิตย์ค่อย ๆ ลาลับขอบฟ้าสุดแสนจะโรแมนติก 





          นั่นแน่! เที่ยวชมไร่บุญรอดจนหมดแรงกันแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ได้เวลาไปเติมพลังกันที่ร้านอาหาร "ภูภิรมย์" ซึ่งมีอาหารอร่อย ๆ ให้เลือกรับประทานมากมาย ทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง อาหารเหนือ และเมนูแปลก ๆ ให้ได้ลิ้มลอง โดยอาหารแต่ละเมนูคัดสรรมาอย่างดี และใช้ผลผลิตปลอดสารจากไร่ เช่น ยำใบชาทอดกรอบ, ไก่ย่างภูภิรมย์, ยำทูน่าใบชาสด และขาหมูทอดเยอรมัน เป็นต้น นอกจากนี้ คุณยังสามารถชมวิวของไร่บุญรอดได้แบบ 360 องศา พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ เพลิน ๆ อีกด้วย 





         
 หรือใครอยากซื้อของฝากติดไม้ติดมือ ก็มีผลิตภัณฑ์จากทางไร่จำหน่ายอยู่ ณ ร้านขายของที่ระลึกด้วย ทั้งน้ำเสาวรส, น้ำมัลเบอร์รี, แยมผลไม้ มะเฟืองอบแห้ง, มะม่วงอบแห้ง, ชาเจียวกู้หลาน, ชาอู่หลง และเห็ดหอมดองซีอิ๊ว ฯลฯ

          และนี่คือความงดงาม ความสนุกสาน ที่คุณจะได้รับหากมาเยือน สิงห์ ปาร์ค เชียงราย หรือ ไร่บุญรอด เพราะนอกจากจะได้ซึมซับกับอากาศที่แสนบริสุทธิ์ให้ฉ่ำปอดแล้ว ยังได้ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีบริการด้วย


ที่มา
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Boon Rawd Farm 
ขอบคุณเรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สามเหลี่ยมทองคำ

สามเหลี่ยมทองคำ (อังกฤษ: Golden Triangle) หมายถึงพื้นที่รอยต่อระหว่างสามประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย(จังหวัดเชียงราย) ลาว (แขวงบ่อแก้ว) และพม่า (แขวงท่าขี้เหล็ก, รัฐฉาน) มีลักษณะเป็นพื้นที่สามเหลี่ยมบรรจบกัน โดยมีแม่น้ำโขงตัดผ่านชายแดนไทยและลาว นับเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาค นอกจากนี้สามเหลี่ยมทองคำยังมีทิวทัศน์ที่งดงามโดยเฉพาะยามเช้า ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางสายหมอก เดิมสามเหลี่ยมทองคำเป็นที่รู้จัก ในฐานะเป็นแหล่งท่องเที่ยวรอยต่อระหว่างประเทศ แต่ในปัจจุบันมีความสำคัญในทางเศรษฐกิจมากขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งขนถ่ายสินค้าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย
สามเหลี่ยมทองคำในส่วนของประเทศไทย อยู่ในเขตบ้านสบรวก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย มีท่าเรือขนาดเล็กขนส่งสินค้าไปยังประเทศจีน และลาว เมื่อมองจากฝั่งไทยไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ จะเห็นหมู่บ้านในฝั่งลาวอย่างชัดเจน ส่วนทางพม่าซึ่งอยู่ด้านตะวันตกนั้น ไม่มีหมู่บ้านหรือสิ่งก่อสร้างให้เห็นในระยะใกล้ๆ
บริเวณดังกล่าวยังเป็นที่บรรจบกันของแม่น้ำโขงและแม่น้ำรวก ที่เรียกว่า สบรวก บริเวณนี้มีเคยมีชนกลุ่มน้อยและกองกำลังติดอาวุธอยู่หลายกลุ่ม พื้นที่ในแถบนี้เคยเป็นแหล่งปลูกฝิ่นและผลิตยาเสพติดแหล่งใหญ่ เช่น มีโรงงานผลิตเฮโรอีนและกระจายอยู่ตามชายแดน ส่วนการลำเลียงฝิ่นจะไปเป็นขบวนลัดเลาะไปตามไหล่เขาพร้อมกำลังคุ้มกัน ว่ากันว่ายาเสพติดและฝิ่นจะถูกแลกเปลี่ยนด้วยทองคำในน้ำหนักที่เท่ากัน จึงเป็นที่มาของชื่อ สามเหลี่ยมทองคำ
นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปยังสามเหลี่ยมทองคำในช่วงฤดูหนาว และไปถ่ายรูปกับป้าย "สามเหลี่ยมทองคำ" ที่ติดตั้งไว้ริมฝั่งแม่น้ำโขงด้วย นอกจากนี้ยังนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ 300-400 บาท (นั่งได้ 6 คน) นอกจากนี้ยังสามารถล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง ได้อีกด้วย แต่หากต้องการจะชมทิวทัศน์มุมกว้าง ของสามเหลี่ยมทองคำบริเวณสบรวกและเพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยู่ริมแม่น้ำโขง

แผนที่แสดงท้องที่ที่มีการผลิตเฮโรอีนมากที่สุดในโลกสี่ท้องที่ ได้แก่ สามเหลี่ยมทองคำ จันทร์เสี้ยวทองคำ ประเทศเม็กซิโก และประเทศโคลอมเบีย
        
     สามเหลี่ยมทองคำ ตั้งอยู่ห่างจากเชียงแสนไปทางทิศเหนือ 9 กิโลเมตร ตามถนนเลียบริมแม่น้ำโขง สบรวกเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงซึ่งกั้นดินแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว มาพบกับแม่น้ำรวก ซึ่งกั้นดินแดนระหว่าง ประเทศไทยและประเทศพม่า จากจุดนี้นักท่องเที่ยวจะมองเห็นฝั่งพม่าและลาวได้ถนัดชัดเจน สามเหลี่ยมทองคำ เป็นที่ กล่าวขวัญกันในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะครั้งหนึ่งเคยเป็นไร่ฝิ่นที่ใหญ่โตมาก เรียกว่าใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ แต่ปัจจุบัน ไม่มีไร่ฝิ่นที่ว่านี้อีกแล้ว คงเหลือแต่ทิวทัศน์ที่เงียบสงบของลำน้ำและเขตแดนของ 3 ประเทศเท่านั้น เป็นจุดที่แม่น้ำรวก ซึ่งกั้นพรมแดนไทยและพม่า มาบรรจบกันแม่น้ำโขงที่กั้นไทยกับลาว จุดนี้นักท่องเที่ยวจะ เห็นฝั่งพม่าและลาวได้ถนัด ชัดเจน สามเหลี่ยมทองคำเป็นที่กล่าวขวัญกันในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะครั้งหนึ่งเคย เป็นไร่ฝิ่นที่ใหญ่โตมากเรียกว่า ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ แต่ปัจจุบันไม่มีไร่ฝิ่นที่ว่านี้อยู่แล้ว คงเหลือแต่ทิวทัศน์ที่ เงียบสงบของลำน้ำและเขตแดนของ 3 ประเทศเท่านั้น แต่ผู้คนก็ยังคงพากันเดินทางมาสัมผัสกับตำนาน สามเหลี่ยมทองคำโดยมีที่มาขอชื่อ ว่าหลังจากที่พม่าี่ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และลาวถูกฝรั่งเศสยึดครอง ก็เกิดการค้าขายสินค้าด้วยระบบและเปลี่ยนกันขึ้นโดย ทางฝั่งพม่านั้นจะมีผ้าแพร สินค้าจากจีน กระทะทองเหลือ และฝิ่นเป็นสินค้าที่นำมาแลกเปลี่ยนกับผ้าไหม ทองคำแผ่น และทองคำแท่งของพ่อค้าฝั่งลาว ซึ่งพ่อค้าลาวจำเป็น ต้องล่องเรือตามลำน้ำโขงมาขึ้นที่บ้านป่าสัก เขตเมืองพงของ พม่าซึ่งตั้งอยู่เหนือบ้านสบรวกของไทย ปีหนึ่ง ๆ มีการแลกเปลี่ยนสินค้ากันประมาณ 4-5 ครั้ง ทำให้บ้านป่าสักกลาย เป็นบริเวณขายที่เฟื่องฟูมากของสมัยนั้น และเพราะการและเปลี่ยนด้วยทองคำนี้เองจึงทำให้ชาวบ้านเรียกขานบริเวณนี้ กันจนติดปากว่า "สามเหลี่ยมทองคำ"